ภาวะสภาพภูมิอากาศโลกเปลี่ยนแปลงหรือ “ภาวะโลกร้อน” ถูกพูดถึงมานานนับสิบปีจนกลายเป็นประเด็นระดับนานาชาติ โดยในปี 2556 ที่ผ่านมาคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ IPCC ออกรายงานที่ยืนยันว่าภาวะโลกร้อนผิดปกตินั้นเกิดขึ้นจริง และที่สำคัญ IPCC ระบุชัดเจนว่า มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งสิ้น และมนุษย์ในยุคปัจจุบันก็กำลังได้รับผลกระทบ ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว
IPCC ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2423 จนถึง 2555 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น 0.85 องศาเซลเซียส ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการละลายของน้ำแข็งขั้วโลก ที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทุกขณะ ปัจจุบันเราเสียพื้นที่น้ำแข็งไปแล้วมากกว่า 1 ล้านตารางกิโลเมตรเมื่อเทียบกับ 35 ปีก่อน สถิติดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2444 ถึง 2553 ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นแล้วอย่างน้อย 19 เซนติเมตร จนมีการคาดการณ์กันว่าหมู่เกาะหลายแห่ง ตลอดจนเมืองชายฝั่งสำคัญๆ ของโลกจะจมลงในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า
ภาวะโลกร้อนยังส่งผลกระทบด้านเกษตรกรรมอันเป็นกระบวนการผลิตอาหารของมนุษย์ ที่สำคัญที่สุด การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ 1 องศาจะเท่ากับการลดลงของผลิตผลทางเกษตรกรรมร้อยละ 5 โดยจากสถิติพบว่า ผลผลิตธัญพืชของโลกช่วงปี 2524 ถึง 2545 ลดลงกว่าปีละ 40 ล้านตันอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน การพุ่งสูงขึ้นของราคาสินค้าเกษตรส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ดังกล่าว ด้วย
ผลกระทบที่กล่าวมา ยังไม่รวมถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตของสัตว์ต่างๆ ที่บางชนิดกำลังประสบภาวะใกล้สูญพันธุ์เร็วยิ่งขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศ เปลี่ยนแปลงไป โรคระบาดส่วนใหญ่ก็มีแนวโน้มระบาดหนักขึ้นเมื่อมีอากาศร้อนเป็นตัวเร่ง ไปจนถึงภัยพิบัติที่มีทีท่าว่าจะรุนแรงและคาดเดาได้ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเป็นห่วง และกำลังถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้คือเรื่องของ “จุดพลิกผัน” ของภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ในปี 2557 ได้แต่คาดเดาว่ามันจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ และควรตั้งรับมันอย่างไร ในบทความของกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือ UNFCCC ระบุว่า จุดพลิกผันดังกล่าวนั้น หมายถึง ภาวะที่การเปลี่ยนแปลงทีละเล็กทีละน้อยซึ่งเกิดขึ้นมาหลายร้อยปีเคลื่อนมา บรรจบกัน จนเกิดเป็นมหันตภัยครั้งใหญ่ทั่วโลกที่มนุษย์ไม่สามารถตั้งรับได้ทัน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อความร้อนของโลกไปถึงจุดๆ หนึ่งแล้ว อาจเกิดการรั่วไหลครั้งใหญ่ของก๊าซมีเทนที่สะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศและใต้ ทะเลลึก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถคำนวณได้ว่าจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและ สิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างไรบ้าง
แม้จะไม่มีใครรู้ว่าจุดพลิกผันของภาวะโลกร้อนจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ก็มีความพยายามที่จะป้องกันเหตุการณ์นั้น โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา IPCC ได้เริ่มศึกษารายละเอียดเชิงลึกเพื่อระบุว่าประเทศไหนควรปรับปรุงการจัดการ ด้านใดบ้าง เพื่อหยุดยั้งภาวะโลกร้อนไม่ให้ไปถึงจุดพลิกผัน สำหรับประเทศไทยเอง ตามผลการศึกษาเบื้องต้นระบุว่ามีช่องโหว่หลายเรื่องที่ต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการจัดโซนระบบนิเวศชายฝั่ง การจัดการทรัพยากรน้ำ และการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ ทั้งนี้ ผลการวิเคราะห์และแนวทางการปรับปรุงโดยละเอียดมีกำหนดเผยแพร่ในเดือนตุลาคม ที่จะถึงนี้ในที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ณ กรุงลิมา ประเทศเปรู
สุดท้ายคงต้องรอดูกันต่อไปว่า หลังจากการนำเสนอรายงานฉบับดังกล่าวที่จะแนบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขมาให้ เรียบร้อยแล้ว รัฐบาลทั่วโลกจะใส่ใจแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนกันมากขึ้นหรือไม่ โดยข้อคิดสำคัญจากบทความของ UNFCCC ระบุไว้ว่า การเผชิญกับภาวะโลกร้อนของมนุษย์นับจากนี้เป็นเรื่องยาก แต่ทั้งหมดจะยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นไปอีก หากคนทั่วโลกยังคงไม่ใส่ใจกับปัญหาเท่าที่ควร
ที่มา: http://news.voicetv.co.th/global/113008.html วันที่ 3 สิงหาคม 2557

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น